มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ราซากิ ยูกิโอะ

สนาม: ส่านซีเศรษฐกิจจีน

บทนำ: เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ...

จีจินจุน

สนาม: เครือข่ายวิทยุจีน

บทนำ: ปีนี้เป็นปีของคนชื่ออักษรย่อ ปปลา จริงๆ วานนี้ในที่ประชุม ครม มีการพูดถึงปัญหาของ ๓ ป คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ บิ๊กป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีการแอบอ้าง ๓ ปเพื่อโกง! นับเป็นเรื่องดีครับที่ บิ๊กป้อม ประกาศกลางที่ประชุม ครมว่า หากใครมาแอบอ้าง ปปลา ไปสั่งการนู้นนี้ แจ้งมาได้เลย นี่เป็นการ การันตีว่า รัฐบาลรู้ว่าการโกงยังมีอีกมาก แถมยังแอบอ้าง ๓ ปซะด้วย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร? ก็อย่างที่รู้กัน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ได้เด็ดขาด อยู่ที่ผู้นำว่าเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ที่มี ลุงตู่ เป็นประธาน ทำหนังสือถึงลุงตู่นี่แหละ แสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบัน กรณี ป้อมนาฬิกา พูดง่ายๆ จะจับโกงกันอย่างไร ในเมื่อคนในรัฐบาลยังถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลุงตู่ ดูจะหงุดหงิด ตอบคำถามคุณต่อตระกูล ผ่านสื่อว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริต แต่ก็อย่าทำให้มันวุ่นวาย ให้มันมีปัญหา ให้มันสับสนอลหม่านไปหมด ให้กลไกในการตรวจสอบทำไป และถ้าตรวจสอบมาแล้ว มีการทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมา ก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ลุงตู่ พูดถูกครับ ไม่มีอะไรผิด แต่จะตอบคำถามคุณต่อตระกูลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างไร เราเคยเห็นนายกฯ ทำกับข้าราชการที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีการสั่งย้ายหรือพักงานเป็นจำนวนร้อยๆ คน ดังนั้น มันอยู่ในอำนาจของนายกฯ นั่นน่ะซิ! ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ที่จะพักงาน บิ๊กป้อม จนกว่ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป และมีสิทธิ์ปรับ บิ๊กป้อม ออกจาก ครม แต่ท่านก็เคยบอกไปแล้วว่า ถ้ารักตนให้รักคนอื่นใน ครมด้วย ฟังดูเหมือนมัดมือชก ฉะนั้นมองในมุมของความเด็ดเดี่ยวการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยังหาไม่เจอ ซ้ำร้ายไปเจออย่างอื่นแทน ลุงตู่ พูดโดยไม่ต้องมีใครถามว่า เรียกอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เปิดเผยสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี ๒๕๖๐ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ ๓ ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันในปี ๒๕๖๑ จะรุนแรงมากขึ้น มาพบ! สอบถามว่าประเมินกันแบบไหน มันก็น่าหวาดเสียวอยู่ ว่าท่านไปแทรกแซงงานวิชาการหรือไม่? แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ท่านส่งสัญญาณผิด ถ้าเราจะจับให้ได้จริง ๆ ว่าทุจริตจริง ๆ เท่าไหร่ มันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา แต่ถ้ากลัวกันหมด กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ก็แก้ไม่ได้หรอก รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต่อให้สิบรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ร้อยนายกฯ ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ คิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากที่รัฐบาลโคตรโกงเคยอ้างมาก่อน คือถ้าจะให้คนชี้เป้าเปิดหน้าเปิดตา รัฐบาลมีหลักประกันอะไรไม่ให้เขาเดือดร้อนได้บ้าง ก็ฝากถึงกัลยาณมิตรอย่าง ลุงตู่ ถ้าจะให้ผู้อื่นเปิดโปงคนโกง ท่านต้องจัดการปัญหาคนโกงที่อยู่ใกล้ตัวให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือหลักประกันว่าท่าน เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด ในการปราบคอร์รัปชันแล้ว

วิธี เล่น slotxo ให้ ได้ เงิ
17w | <动态当天时间> | อ่าน(220) | แสดงความคิดเห็น(738)
ระบบราชการทุกวันนี้ เขาไม่มี-ไม่ใช้ ควบคู่กันแล้วหรือไง?【อ่านข้อความเต็ม】
57z | <动态当天时间> | อ่าน(591) | แสดงความคิดเห็น(528)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
nj3 | <动态当天时间> | อ่าน(2) | แสดงความคิดเห็น(267)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
kqh | <动态当天时间> | อ่าน(332) | แสดงความคิดเห็น(744)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
hd3 | <动态当天时间> | อ่าน(791) | แสดงความคิดเห็น(733)
หมดกังวลเรื่องไม่ฟิต พอล ป็อกบา ลงซ้อมพร้อมเพื่อนร่วมทีมปีศาจแดง โชว์ฟอร์มก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องเปิดศึกรอบ 16 ทีม ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่บ้านของ เซบีญา คืนวันพุธนี้ มิดฟิลด์ตัวรับชาวฝรั่งเศส โดนถอดจากเกมที่บุกแพ้ ท็อตแน่ม และ นิวคาเซิล ก่อนที่จะโดนดร็อปไปเลยในเกมที่ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ แต่เจ้าตัวก็ดูเหมือนยังคงทุ่มเทเต็มที่ระหว่างการซ้อมที่ แคร์ริงตัน เมื่อวันอังคาร โชเซ มูรินโญ่ บอสยูไนเต็ด มีผู้เล่นบิ๊กเนมหลายคนยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ นับตั้งแต่ที่ชนะในศึกบอลถ้วยที่บ้านของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ต้องใช้เฉพาะผู้เล่นที่ยังเหลือและยังฟิต และซ้อมอยู่ที่แมนเชสเตอร์ก่อนจะออกเดินทางไปสเปน แม้ช่วงหลายสัปดาห์มานี้เหมือน ป็อกบา กับ มูรินโญ่ จะมีปัญหากันอยู่ แต่เมื่อเกมแชมเปี้ยนส์ลีกใกล้เข้ามา ทั้งคู่ต้องหันหน้าเข้าหากันและคิดเรื่องทีมอย่างเดียวเท่านั้น ดาวิด เด เคอา ผู้รักษาประตู จะได้คัมแบ็คกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้งหลังได้พักไปเมื่อวันเสาร์ แต่ ป็อกบา ที่ มูรินโญ่ เคยหาว่าไม่ฟิต และยังไม่แน่ว่าจะกลับมาได้ทันหรือไม่สำหรับเกมที่สเปน อาจยังต้องลุ้นต่อว่าจะได้คัมแบ็คหรือไม่ อเล็กซิส ซานเชซ นักเตะตัวท็อปที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อช่วงเดือน มกราคม จะกลายมาเป็นกำลังสำคัญของ ยูไนเต็ด ในรายการนี้ เนื่องจากปีกทีมชาติชิลี ยังไม่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลยุโรปให้กับทีมก่อนหน้าคือ อาร์เซนอล เท่ากับว่าไม่ได้ติดคัพไทด์แต่อย่างใด มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์ และ มารูอาน เฟลลายนี่ คอนเฟิร์มแล้วว่ายังหายไม่ทันที่จะกลับมาลงเล่นแน่ ส่วน มาร์คัน แรชฟอร์ด, อันแดร์ เอร์เรร่า และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย มีโอกาสที่จะหายเจ็บกลับมาลงเล่นได้ทันที่ สเปน โดยทั้ง 3 คน กลับมาซ้อมได้แล้วเมื่อวันอังคาร 【อ่านข้อความเต็ม】
ved | 2021-03-06 | อ่าน(151) | แสดงความคิดเห็น(658)
ปีนี้เป็นปีของคนชื่ออักษรย่อ ปปลา จริงๆ วานนี้ในที่ประชุม ครม มีการพูดถึงปัญหาของ ๓ ป คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ บิ๊กป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีการแอบอ้าง ๓ ปเพื่อโกง! นับเป็นเรื่องดีครับที่ บิ๊กป้อม ประกาศกลางที่ประชุม ครมว่า หากใครมาแอบอ้าง ปปลา ไปสั่งการนู้นนี้ แจ้งมาได้เลย นี่เป็นการ การันตีว่า รัฐบาลรู้ว่าการโกงยังมีอีกมาก แถมยังแอบอ้าง ๓ ปซะด้วย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร? ก็อย่างที่รู้กัน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ได้เด็ดขาด อยู่ที่ผู้นำว่าเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ที่มี ลุงตู่ เป็นประธาน ทำหนังสือถึงลุงตู่นี่แหละ แสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบัน กรณี ป้อมนาฬิกา พูดง่ายๆ จะจับโกงกันอย่างไร ในเมื่อคนในรัฐบาลยังถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลุงตู่ ดูจะหงุดหงิด ตอบคำถามคุณต่อตระกูล ผ่านสื่อว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริต แต่ก็อย่าทำให้มันวุ่นวาย ให้มันมีปัญหา ให้มันสับสนอลหม่านไปหมด ให้กลไกในการตรวจสอบทำไป และถ้าตรวจสอบมาแล้ว มีการทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมา ก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ลุงตู่ พูดถูกครับ ไม่มีอะไรผิด แต่จะตอบคำถามคุณต่อตระกูลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างไร เราเคยเห็นนายกฯ ทำกับข้าราชการที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีการสั่งย้ายหรือพักงานเป็นจำนวนร้อยๆ คน ดังนั้น มันอยู่ในอำนาจของนายกฯ นั่นน่ะซิ! ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ที่จะพักงาน บิ๊กป้อม จนกว่ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป และมีสิทธิ์ปรับ บิ๊กป้อม ออกจาก ครม แต่ท่านก็เคยบอกไปแล้วว่า ถ้ารักตนให้รักคนอื่นใน ครมด้วย ฟังดูเหมือนมัดมือชก ฉะนั้นมองในมุมของความเด็ดเดี่ยวการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยังหาไม่เจอ ซ้ำร้ายไปเจออย่างอื่นแทน ลุงตู่ พูดโดยไม่ต้องมีใครถามว่า เรียกอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เปิดเผยสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี ๒๕๖๐ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ ๓ ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันในปี ๒๕๖๑ จะรุนแรงมากขึ้น มาพบ! สอบถามว่าประเมินกันแบบไหน มันก็น่าหวาดเสียวอยู่ ว่าท่านไปแทรกแซงงานวิชาการหรือไม่? แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ท่านส่งสัญญาณผิด ถ้าเราจะจับให้ได้จริง ๆ ว่าทุจริตจริง ๆ เท่าไหร่ มันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา แต่ถ้ากลัวกันหมด กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ก็แก้ไม่ได้หรอก รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต่อให้สิบรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ร้อยนายกฯ ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ คิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากที่รัฐบาลโคตรโกงเคยอ้างมาก่อน คือถ้าจะให้คนชี้เป้าเปิดหน้าเปิดตา รัฐบาลมีหลักประกันอะไรไม่ให้เขาเดือดร้อนได้บ้าง ก็ฝากถึงกัลยาณมิตรอย่าง ลุงตู่ ถ้าจะให้ผู้อื่นเปิดโปงคนโกง ท่านต้องจัดการปัญหาคนโกงที่อยู่ใกล้ตัวให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือหลักประกันว่าท่าน เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด ในการปราบคอร์รัปชันแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
g1r | 2021-03-06 | อ่าน(440) | แสดงความคิดเห็น(385)
สังคมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ) ร่วม 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) และ ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว) เพราะเป็นร่างกฎหมายที่สำคัญสองฉบับสุดท้าย ปูทางสู่โรดแมปการเลือกตั้ง เนื่องจากในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องมีกฎหมาย 4 ฉบับถึงจะมีการเลือกตั้งได้ ได้แก่ กฎหมายลูกว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต), กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง, กฎหมายลูกว่าด้วย สส และกฎหมายลูกว่าด้วยสว【อ่านข้อความเต็ม】
two | 2021-03-06 | อ่าน(393) | แสดงความคิดเห็น(131)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
1me | 2021-03-06 | อ่าน(842) | แสดงความคิดเห็น(294)
ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
jct | 2021-03-05 | อ่าน(755) | แสดงความคิดเห็น(872)
ทั้งนี้ทั้งนั้นการเมืองเป็นเรื่องของเวลาและจังหวะ คราวใดสบช่องทางสะดวกมีความเป็นไปได้ ผู้มีอำนาจอาจสั่งพลิกสถานการณ์ เรื่องที่ว่าจะจบกันง่ายกลายเป็นจบยากก็มี ขึ้นอยู่กับ คสชจะประเมินสถานการณ์การเมือง ณ ขณะนั้นอย่างไร 【อ่านข้อความเต็ม】
xe1 | 2021-03-05 | อ่าน(508) | แสดงความคิดเห็น(832)
ฉุนซิตี้เหลือ10ตัว เป๊ป เหน็บวีแกนยินดีที่เข้ารอบ 20 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 21:53 น 【อ่านข้อความเต็ม】
olz | 2021-03-05 | อ่าน(226) | แสดงความคิดเห็น(735)
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 【อ่านข้อความเต็ม】
r2j | 2021-03-05 | อ่าน(2) | แสดงความคิดเห็น(191)
ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง【อ่านข้อความเต็ม】
dok | 2021-03-04 | อ่าน(754) | แสดงความคิดเห็น(621)
ปีนี้เป็นปีของคนชื่ออักษรย่อ ปปลา จริงๆ วานนี้ในที่ประชุม ครม มีการพูดถึงปัญหาของ ๓ ป คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ บิ๊กป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีการแอบอ้าง ๓ ปเพื่อโกง! นับเป็นเรื่องดีครับที่ บิ๊กป้อม ประกาศกลางที่ประชุม ครมว่า หากใครมาแอบอ้าง ปปลา ไปสั่งการนู้นนี้ แจ้งมาได้เลย นี่เป็นการ การันตีว่า รัฐบาลรู้ว่าการโกงยังมีอีกมาก แถมยังแอบอ้าง ๓ ปซะด้วย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร? ก็อย่างที่รู้กัน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ได้เด็ดขาด อยู่ที่ผู้นำว่าเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ที่มี ลุงตู่ เป็นประธาน ทำหนังสือถึงลุงตู่นี่แหละ แสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบัน กรณี ป้อมนาฬิกา พูดง่ายๆ จะจับโกงกันอย่างไร ในเมื่อคนในรัฐบาลยังถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลุงตู่ ดูจะหงุดหงิด ตอบคำถามคุณต่อตระกูล ผ่านสื่อว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริต แต่ก็อย่าทำให้มันวุ่นวาย ให้มันมีปัญหา ให้มันสับสนอลหม่านไปหมด ให้กลไกในการตรวจสอบทำไป และถ้าตรวจสอบมาแล้ว มีการทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมา ก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ลุงตู่ พูดถูกครับ ไม่มีอะไรผิด แต่จะตอบคำถามคุณต่อตระกูลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างไร เราเคยเห็นนายกฯ ทำกับข้าราชการที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีการสั่งย้ายหรือพักงานเป็นจำนวนร้อยๆ คน ดังนั้น มันอยู่ในอำนาจของนายกฯ นั่นน่ะซิ! ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ที่จะพักงาน บิ๊กป้อม จนกว่ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป และมีสิทธิ์ปรับ บิ๊กป้อม ออกจาก ครม แต่ท่านก็เคยบอกไปแล้วว่า ถ้ารักตนให้รักคนอื่นใน ครมด้วย ฟังดูเหมือนมัดมือชก ฉะนั้นมองในมุมของความเด็ดเดี่ยวการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยังหาไม่เจอ ซ้ำร้ายไปเจออย่างอื่นแทน ลุงตู่ พูดโดยไม่ต้องมีใครถามว่า เรียกอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เปิดเผยสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี ๒๕๖๐ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ ๓ ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันในปี ๒๕๖๑ จะรุนแรงมากขึ้น มาพบ! สอบถามว่าประเมินกันแบบไหน มันก็น่าหวาดเสียวอยู่ ว่าท่านไปแทรกแซงงานวิชาการหรือไม่? แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ท่านส่งสัญญาณผิด ถ้าเราจะจับให้ได้จริง ๆ ว่าทุจริตจริง ๆ เท่าไหร่ มันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา แต่ถ้ากลัวกันหมด กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ก็แก้ไม่ได้หรอก รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต่อให้สิบรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ร้อยนายกฯ ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ คิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากที่รัฐบาลโคตรโกงเคยอ้างมาก่อน คือถ้าจะให้คนชี้เป้าเปิดหน้าเปิดตา รัฐบาลมีหลักประกันอะไรไม่ให้เขาเดือดร้อนได้บ้าง ก็ฝากถึงกัลยาณมิตรอย่าง ลุงตู่ ถ้าจะให้ผู้อื่นเปิดโปงคนโกง ท่านต้องจัดการปัญหาคนโกงที่อยู่ใกล้ตัวให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือหลักประกันว่าท่าน เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด ในการปราบคอร์รัปชันแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
2gu | 2021-03-04 | อ่าน(134) | แสดงความคิดเห็น(302)
วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-03-07

ลงทะเบียนฟรี สูตรเล่นบาคาร่า gclu| เงินฟรี ฟรีเครดิตทดลองเล่น คาสิโ| ลงทะเบียนฟรี เกมยิงปลา คาสิโ| ทดลองใช้ฟรี แจก user ทดลอง เล่น ฟรี201| เว็บเล่นสล็อตผ่านมือถื| app ที่จะซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงฟุตบอล| ลงทะเบียนฟรี เล่นเกมได้เงินจริงไม่ต้องลงทุ| โปรโมชั่น ปืนเกมยิงปล| ลงทะเบียนฟรี วิธีเล่นสล็อต ฟาโ| ส่งเงินบาทไทย fun88 ดีไหม panti| ทดลองใช้ฟรี คา สิ โน มา เก๊า ใช้ เงิน อะไ| scr888 แจกเครดิตฟรี256| เดิมพันฟรี ผู้เล่นมากที่สุดในเอเชี| สล็อต ทดลอง เล่น ฟร| ลงทะเบียนฟรี happyluke - เกมส์ออนไลน์คาสิโนตัวจริ| ส่งเงินบาทไทย เครดิตฟรี50| เงินฟรี ทํางานคาสิโน มาเก๊| เดิมพันฟรี โหลด fun8| ลงทะเบียนฟรี เล่นคาสิโ| เงินฟรี ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี ไม่ ต้อง ฝา| sbobet ทดสอ| สล็อตแมชชีนน่ารั| เงินฟรี เว็บ แทง บอล แถม เสื้| เงินฟรี empire777 ทดลอง เล่| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ ตลาด ลูก หนั| ทดลองใช้ฟรี ดาวน์โหลดแอ| เกม ไพ่ คาวบอ| ทดลองใช้ฟรี สล็อตเกมคาสิโนออนไลน์บนมือถื| ส่งเงินบาทไทย รวม เกมส์ ได้ เงิน จริ| ลงทะเบียนฟรี sbobet ฟรี เครดิต ล่าสุ| ส่งเงินบาทไทย พนัน ออนไลน์ ขั้น ต่ํ| คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝา| เดิมพันฟรี แจก ยูสเซอร์ ฟรี พร้อม เครดิ| โปรโมชั่น เว็บบอลแจกเครดิตฟร| เล่นเคล็ดลับแบล็คแจ็| ส่งเงินบาทไทย เกมส์ สล็อต เหมือน จริ| เดิมพันฟรี แจ๊ ค พอ ต สล็อต แมชชี| เงินฟรี เว็บไซต์การพนันฟุตบอ| โปรโมชั่น เกมยิงปลาคาสิโน ได้เงินจริงไห| ลงทะเบียนฟรี สมัครสโบเบ็ต16| ลงทะเบียนฟรี เกมส์เสี่ยงโช| โปรโมชั่น สมัครเกมยิงปลาW8| โปรโมชั่น สล็อต xo เครดิต ฟร| ลงทะเบียนฟรี ผลบอล36| เกมฉลามสล็อตแมชชี| เงินฟรี 888 สล็อ| โปรโมชั่น มา เก๊า พนั| เดิมพันฟรี แจ็คพอตสล็อตแมชชี| ทดลองใช้ฟรี สล็อตทดลองเล่| สล็อต ออนไลน์ ฝาก -< ถอน ไม่มี ขั้น ต่| โปรโมชั่น แอด ไลน์ รับ เครดิต ฟรี| ลงทะเบียนฟรี อันดับเกมสล็อตออนไลน| ส่งเงินบาทไทย เกมยิงปลาฟรีดาวน์โหล| ลงทะเบียนฟรี เว็บ เครดิต ฟรี ล่าสุ| ส่งเงินบาทไทย บาคาร่า sbobe| ทดลองใช้ฟรี เกมยิงปลาpanti| แฟน ติด บา คา ร่| เสือมังกร panti| ลงทะเบียนฟรี เครดิตฟรีถอนได้ ไม่ต้องฝา| เดิมพันฟรี โบนัสฟรี| การเปิดบัญชีแพลตฟอร์ม peripheral platform footbal| Slot Machine โทรศัพท์มือถือฟร| เติมเงิน slot| king99 คาสิโ| ทดลองใช้ฟรี สมัคร sbobet คาสิโ| ส่งเงินบาทไทย แอพได้เงินจริง 201| โปรโมชั่น คุณ เล่น การ พนัน ภาษา อังกฤ| โปรโมชั่น รู้ทันบาคาร่| โปรโมชั่น สล็อต เครดิต จิ ง ฟรี ส ปิ | เครื่องสล็อตบันเทิง Billion p| ทดลองใช้ฟรี สล็อต ฝาก ขั้น ต่ำ 50 บา| เงินฟรี เกมที่เล่นแล้วได้เงินจริง ในโทรศัพท| เดิมพันฟรี แจก เครดิต ทดลอง เล่น ฟรี 1000 ถอน ได| เดิมพันฟรี วิธี ฝาก เงิน w88 มือ ถื| เกมออนไลน์ที่ดีที่สุ| เงินฟรี เล่นเกมได้เงินจริง 201| ลงทะเบียนฟรี อันดับเกมส์สล็อ| รีวิวเกมสสล็อ| เล่นเกมส์ได้เงินจริง panti| ส่งเงินบาทไทย แทงบอลออนไลน์| ลงทะเบียนฟรี แอดไลน์รับเครดิตฟรี201| ฝากเงินw8| เงินฟรี คาสิโน พม่า panti| โปรโมชั่น โบนัส 100 % กีฬ| king club สล็อ|